Support
smartmaterial
0818318827
Your shopping cart
ดูตะกร้าสินค้าของคุณ
ไม่มีสินค้าในตะกร้าของคุณ

ประเภทของฉนวนกันความร้อน

วันที่: 15-08-2013

ฉนวนกันความร้อนมีกี่ประเภท ?

ฉนวนกันความเราที่ใช้กันอยู่ในประจุบันนี้ก็น่าจะมีกันอยู่ 5 ประเภท

 

ฉนวนใยแก้ว : ฉนวนแบบนี้จะประกอบไปด้วยเส้นใยไฟเบอร์ขนาดเล็กที่มีศักยภาพในการคงทนต่อความร้อนได้สูง ซึ่งก็จะช่วยลดปริมาณของความร้อนจากภายนอกที่จะไหลเข้ามาสู่ผนังด้านในของตัวอาคารได้อย่างมาก และก็ยังสามารถที่จะป้องกันเสียงจากภายนอกได้ด้วย เช่นเสียงที่มาจากเสียงฝนที่ตกลงมา และด้วยคุณสมบัติที่ดีก็ยังสามารถที่จะป้องกันความชื้นได้ดี ยืดหยุ่นและคืนตัวได้เร็ว เบา ทนทานใช้งานได้นาน และยังสามารถที่จะป้องกันแมลงและเชื้อราได้เป็นอย่างดี

อะลูมิเนียมฟอยล์ : แผ่นเคลือบอะลูมิเนียมจะถูกทำให้หนาขึ้น เพื่อประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนและยังสามารถป้องกันรังสียูวีได้ด้วย มีคุณลักษณะที่มีความเหนียวและมีความคงทนไม่ฉีกขาดได้ง่ายเมื่อมีแรงมากระทำ ราคาถูกช่วยในการประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก แต่จะต้องใช้คู่กับเทปอะลูมิเนียมฟอยล์ในการนำไปติดตั้ง

โฟมโพลีเอทิลีน : โดยมากจะเรียกกันในภาษาตลาดว่า โฟม PE โดยจะเป็นแผ่นที่มีลักษณะเหนียวและนุ่ม และก็จะมีแผ่นฟอยล์บางๆ หุ้มเคลือบผิวภายนอกไว้อีกชั้นหนึ่ง และด้วยคุณสมบัติแล้วจะสามารถต้านทานความร้อน เหนียวและยืดหยุ่น มีน้ำหนักเบา และสามารถทนต่อแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี และนอกจากนั้นแล้วก็ยังสามารถที่จะทนต่อการกัดกร่อนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย จึงมักจะนำไปใช้กับโรงงานที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนได้เเป็นอย่างดี

โฟมโพลียูริเทน : โดยมากจะเรียกกันในภาษาตลาดว่า โฟม PU นิยมใช้กันมากในปัจุบัน ซึ่งจะเป็นการฉีดโฟมไปยังบริเวณที่ต้องการป้องกันความร้อน และก็ยังมีคุณสมบัติในการป้องกันน้ำและป้องกันความชื้นได้ด้วย การติดตั้งที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนจึงสะดวกในการใช้งาน เหมาะสำหรับในโรงงานอุตสาหกรรม แต่จะมีข้อด้อยอยู่ตรงที่มีจุดหลอมละลายต่ำ ถ้าโดนเปลวไฟหรืออุณหภูมิที่สูงมากๆก็อาจจะแปรสภาพไปในรูปแบบอื่นได้

แผ่นสะท้อนความร้อน : จะเป็นฉนวนที่มีความสวยงาม รูปร่างจะเป็นแผ่นฉนวนที่มีแผ่นฟอยล์ที่ใช้ในการสะท้อนความร้อนติดประกบอยู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของแผ่นฉนวน เมื่อนำไปติดตั้งจะมีความสวยงาม เหมาะมากกับการนำไปติดภายในบ้าน ซึ่งแผ่นฟอยล์นี้จะสามารถสะท้อนความร้อนได้ถึง 97 เปอร์เซนต์ ซึ่งก็เพียงพอที่จะป้องกันไม่ให้ความร้อนจากภายนอกเข้ามาภายในบ้านได้ อีกทั้งยังมีความแข็งแรงคงทน และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานอีกด้วย